โป๊ปให้กำลังใจคริสตชน อย่าท้อแท้ต่อปัญหาสังคม เตือนสติการพยายามควบคุมทุกอย่างจะทำให้พลาดพระพรจากพระเจ้า

  • โป๊ป เลโอ ที่ 14 ให้กำลังใจคริสตชน เมื่อเห็นสังคมไม่เป็นไปอย่างที่คิด อย่าปล่อยให้ความท้อแท้เข้ามาครอบงำ จงเป็นแสงสว่างแห่งความดีต่อไป
  • ทรงเตือนสติ จงเลิกนิสัยกะเกณฑ์ชีวิตตัวเอง เพราะการพยายามควบคุมทุกสิ่งให้อยู่ในกำมือ จะทำให้เราพลาดพระพรที่พระเจ้าทรงเตรียมไว้ให้ 
  • ทรงย้ำ อย่าทำตัวเป็นคนโลกเก่าที่มีความต้องการอย่างสิ้นหวังจะหยุดยั้งสิ่งต่างๆ เพราะมันไม่ต่างจากการหนีจากโลกแห่งความเป็นจริง
  • ทรงยอมรับ กังวลเรื่องสงครามในตะวันออกกลาง ย้ำคริสตชนต้องเป็นผู้ส่งเสริมสันติภาพด้วยการเจรจา ไม่ใช่ด้วยความรุนแรง
  • ทรงชี้ เสียงของกลุ่มคริสตชนในเขตวัด ถ้ารวมพลังกันก็สามารถปลุกการตอบสนองจากภาครัฐและตำรวจให้ทำอะไรได้มากกว่าที่ควรเป็น เพื่อแก้ปัญหาสังคม



บ่ายวันอาทิตย์ที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับวันอาทิตย์ที่สองของเทศกาลมหาพรต พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ได้เสด็จเยี่ยมอภิบาลและถวายมิสซาให้กับคริสตชนที่วัดพระเยซูเสด็จขึ้นสวรรค์ ซึ่งตั้งอยู่ที่กวาร์ติชโชโล่ กรุงโรม สำหรับรายละเอียดและใจความสำคัญของบทเทศน์จากการอภิบาลนี้ Pope Report สรุปให้ดังนี้ 


1. โป๊ปยอมรับกังวลเรื่องสงครามในตะวันออกกลาง ขอร้องเยาวชนปฏิเสธยาเสพติด


พระสันตะปาปาเริ่มด้วยการพบกับเด็กและเยาวชน พระองค์ยอมรับว่ากังวลสถานการณ์โลกและผลกระทบที่เด็กๆ ต้องเผชิญจากสงคราม


“พ่อมีความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในโลก โดยเฉพาะเมื่อวานนี้ วันนี้ และเราไม่รู้ว่าจะอีกกี่วัน ในตะวันออกกลาง สงครามเกิดขึ้นอีกแล้ว เราเองก็ต้องเป็นผู้ประกาศสารแห่งสันติภาพ สันติภาพของพระเยซู เราทุกคนได้เห็นโศกนาฏกรรมในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เช่นที่ฉนวนกาซา ซึ่งมีเด็กจำนวนมากเสียชีวิต มีเด็กจำนวนมากต้องกลายเป็นกำพร้า ไม่มีโรงเรียน ไม่มีที่อยู่อาศัย ดังนั้น เราต้องค้นหาคำตอบด้วยการเป็นผู้ส่งเสริมสันติภาพ แสวงหาทางออกที่ไม่ใช่ด้วยความรุนแรง แต่ด้วยการเจรจา” พระสันตะปาปา ตรัสย้ำ


จากนั้น พระสันตะปาปาทรงเตือนเยาวชนเกี่ยวกับปัญหายาเสพติว่า “เราต้องปฏิเสธสิ่งที่ทำลายสุขภาพ เช่น ปัญหายาเสพติดที่มีอยู่ในหลายแห่ง รวมถึงในพื้นที่นี้ด้วย จงปฏิเสธสิ่งที่ทำร้ายเรา และพยายามกล่าวคำว่า ‘ใช่’ ต่อสุขภาพ จงพูดว่า ‘ไม่’ ต่อยาเสพติด แต่จงพูดว่า ‘ใช่’ ต่อสิ่งที่ดีเสมอ”


2. เสียงของเขตวัด ต้องช่วย “ปลุก” รัฐบาลและตำรวจ


พระสันตะปาปายังเรียกร้องให้คริสตชนมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาสังคม โดยใช้เสียงของชุมชนเพื่อกระตุ้นให้ผู้มีอำนาจลงมือทำงาน


“เป็นเรื่องสำคัญที่เสียงของเขตวัดจะช่วย ‘ปลุก’ การตอบสนองจากหน่วยงานที่มีอำนาจ ทั้งตำรวจและรัฐบาล หลายครั้งพวกเขาสามารถทำอะไรได้มากกว่านี้ เพื่อช่วยเอาชนะปัญหาที่เกิดขึ้น ดังนั้น เสียงที่มาจากบรรดาคริสตชนของเขตวัดก็สามารถเปล่งออกมาได้ และเราสามารถแสวงหาการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญเพื่อความดีของทุกคน” พระสันตะปาปาทรงย้ำ 


3. จงเลิกยึดติดและพยายามควบคุมทุกสิ่ง


จากนั้น พระสันตะปาปาทรงถวายมิสซา ซึ่งพระวรสารวันนี้เป็นเหตุการณ์ที่พระเยซูทรงแสดงพระกายหรือเผยแสดงภาพลักษณ์ที่แท้จริงของพระองค์ให้ศิษย์ได้เห็นบนภูเขา รวมถึงบทอ่านที่เป็นการเดินทางของอับราฮัม

พระสันตะปาปาทรงเชื่อมโยงการเดินทางของอับราฮัม และเหตุการณ์ที่เปโตรอยากกางเต็นท์บนภูเขาว่า สะท้อนถึงสัญชาตญาณของมนุษย์ที่กลัวความไม่แน่นอนและอยากควบคุมทุกอย่าง


“สิ่งนี้เกิดขึ้นทุกวัน เพราะโลกคิดแบบนี้ คือการที่เรากะเกณฑ์ทุกสิ่งทุกอย่าง เราดิ้นรนที่จะควบคุมทุกสิ่งให้อยู่ในกำมือ แต่ด้วยวิธีนี้ เราจะสูญเสียโอกาสในการค้นพบพระพรและแผนการอันยิ่งใหญ่ที่พระเจ้าทรงซ่อนไว้ หากเรายอมให้ความเชื่อเรียกเราให้ออกเดินทาง ให้เสี่ยงกับการตัดสินใจใหม่ๆ ในชีวิตและในความรัก เราจะเลิกหวาดกลัวที่จะสูญเสียบางสิ่งไป”


“เปโตรกลายเป็นกระบอกเสียงของโลกเก่า และมีความต้องการอย่างสิ้นหวังที่จะหยุดยั้งสิ่งต่างๆ เพื่อควบคุมมัน มันเหมือนเวลาที่เราอยากหลีกหนีโลกความจริง แล้วซ่อนตัวอยู่ในความฝันตลอดไป” พระสันตะปาปาทรงแบ่งปัน 


4. อย่าท้อแท้ต่อปัญหา จงเป็นแสงสว่างให้ชุมชน


พระสันตะปาปาทรงให้กำลังใจคริสตชนในเขตวัดนี้ ซึ่งที่ตั้งอยู่ในย่านที่มีปัญหาร้ายแรง พระองค์เตือนสติว่าเมื่อเห็นสิ่งต่างๆ รอบตัวไม่เป็นไปอย่างที่ควร เราอาจเกิดความท้อแท้ได้


“เมื่อเราตระหนักว่าหลายสิ่งรอบตัวเราไม่เป็นไปอย่างที่ควร บางครั้งเราก็อดถามตัวเองไม่ได้ว่า สิ่งที่เรากำลังทำอยู่นี้มีความหมายหรือเปล่า การประจญของความท้อแท้ก็เริ่มแทรกซึมเข้ามา พร้อมกับการสูญเสียแรงจูงใจ แต่ในทางกลับกัน เมื่อเผชิญกับความพิศวงแห่งความชั่วร้าย เรายิ่งต้องเป็นประจักษ์พยานถึงความเป็นคริสตชนของเรา ในฐานะผู้ที่ต้องการทำให้ะอาณาจักรของพระเจ้าเป็นสิ่งที่สัมผัสได้ ในสถานที่และในเวลาที่พวกเขาใช้ชีวิตอยู่” พระสันตะปาปาตรัสให้กำลังใจ


5. ชื่นชมเยาวชนที่กล้าปฏิเสธชีวิตที่เรื่อยเปื่อย


พระสันตะปาปายังทรงให้กำลังใจเยาวชนในกลุ่ม “มากิส” กลุ่มที่ดำเนินชีวิตตามจิตตารมณ์ของนักบุญอิ๊กญาซีโอแห่งโลโยลา พวกเขามุ่งเน้นการทำสิ่งที่ดีและยิ่งใหญ่กว่าเดิมเพื่อถวายแด่พระเจ้า พระสันตะปาาปชี้ว่านี่คือการท้าทายให้วัยรุ่นก้าวข้ามชีวิตที่ไปวันๆ


“นี่เป็นแรงกระตุ้นสำหรับวัยรุ่นให้ก้าวข้ามการใช้ชีวิตแบบเรื่อยเปื่อยไปวันๆ โดยเลือกชีวิตที่กล้าหาญ แท้จริง และดีงาม ซึ่งค้นพบความยอดเยี่ยมที่สุดในพระคริสต์” พระสันตะปาปาทรงชื่นชมในตอนท้าย


Sources:


1. https://www.vatican.va/content/leo-xiv/it/speeches/2026/march/documents/20260301-visita-pastorale-parrocchia-settore-est.html


2. https://www.vatican.va/content/leo-xiv/it/homilies/2026/documents/20260301-visita-pastorale-settore-est.html 


Comments