โป๊ป เลโอ ที่ 14: บริหารศาสนจักรเหมือน “เล่นเทนนิส” ไม่เสียงดังโวยวาย อดทน และรอจังหวะเหมาะสมเพื่อหวดลูกบอล
- ABC สื่อชื่อดังของสเปน วิเคราะห์สไตล์การบริหารศาสนจักรคาทอลิกของโป๊ป เลโอ ที่ 14 เป็นเหมือน “เทนนิส” กีฬาโปรดของพระองค์ นั่นคือ ใช้ความสุขุม อดทน และรอจังหวะหวดลูกโต้กลับ เพื่อสยบความขัดแย้ง มาบริหารศาสนจักร
- Pope Report วิเคราะห์เพิ่มเติมถึงการบริหารงานแบบโป๊ปฟรานซิส ที่เหมือน “ฟุตบอล” เน้นบุกไปข้างหน้าเพื่อแก้ปัญหาและเน้นปะทะกับความไม่ถูกต้อง กับการบริหารงานแบบโป๊ปเลโอ ที่เหมือน “เทนนิส” ผ่านการแก้ปัญหาเรื่อง “สภาคาร์ดินัลที่ปรึกษา” (C9)
- นอกจากนี้ คาร์ดินัล โรเบิร์ต เพรโวสท์ (โป๊ป เลโอ ที่ 14) รักการขับรถด้วยตัวเองและชอบขับรถทางไกล ชอบการร้องเพลงคนเดียวในรถ แต่เมื่อได้รับเลือกเป็นพระสันตะปาปา พระองค์ทำสิ่งเหล่านี้ไม่ได้แล้ว
- โป๊ปเลโอยังเป็นคนทันโลกเทคโนโลยี พระองค์ใช้นาฬิกา Apple Watch รุ่นปี 2018 (รุ่นราคารองลงมา ไม่ใช่ตัวแพงสุด) และใช้แอพพลิเคชั่น Duolingo เพื่อฝึกภาษาเยอรมันด้วย
ABC สื่อชื่อดังของสเปน ได้เผยแพร่บทความพิเศษเจาะลึกชีวิตส่วนพระองค์ของ พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ซึ่งสะท้อนตัวตนที่แท้จริงภายใต้ชุดสีขาว โดย Pope Report สรุปรายละเอียดเชิงลึก 4 ข้อมาให้ดังนี้
1. บริหารศาสนจักรคาทอลิกเหมือน “เล่นเทนนิส”
เป็นที่รู้กันว่า พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 เป็นคนชอบตีเทนนิสมากๆ จึงมีการวิเคราะห์กันว่า สไตล์การบริหารศาสนจักรคาทอลิกของพระองค์ไม่ต่างอะไรกับการเล่นเทนนิส นั่นคือ “ไม่ส่งเสียงดังโวยวาย มีความอดทน และรอจังหวะที่เหมาะสมที่สุดเพื่อหวดลูกโต้กลับ” เป้าหมายคือการลดความตึงเครียดและการแบ่งฝักฝ่ายระหว่างกลุ่มอนุรักษ์นิยมและกลุ่มหัวก้าวหน้า บวกกับการที่พระองค์เป็นคนรอบคอบและเก็บตัว สไตล์ที่เราเห็นจึงเป็นแบบใช้ความนิ่งสยบความเคลื่อนไหวเป็นหลัก
สิ่งนี้จะต่างกับแนวทางของพระสันตะปาปา ฟรานซิส ผู้รักกีฬาฟุตบอล หลายคนบอกว่า นิสัยการบริหารของพระสันตะปาปาชาวอาร์เจนไตน์จึงเหมือนทีมฟุตบอลที่จะมีการ “บุกไปข้างหน้าเพื่อแก้ปัญหาและปะทะกับความไม่ถูกต้อง” สไตล์นี้ เน้นการลงไปสัมผัสผู้คน ยอมให้เกิดความวุ่นวาย เพื่อกระตุ้นการเปลี่ยนแปลง รวดเร็ว และบางครั้งก็คาดเดาไม่ได้
แต่เทนนิสจะเป็นเป็นกีฬาที่ไม่ปะทะ แต่เน้น “การยืนตำแหน่ง” เพื่อรักษาพื้นที่ของตัวเอง รอให้คู่ต่อสู้เผยช่องว่าง แล้วจึงหวดลูกกลับไปยังจุดที่ได้เปรียบที่สุด มันเน้นความแม่นยำและจังหวะเวลา
ตัวอย่างที่ชัดเจนที่ Pope Report อยากแชร์ก็คือ “การจัดการกับสภาคาร์ดินัลที่ปรึกษา” (The Council of Cardinals)”
สภาคาร์ดินัลที่ปรึกษา หรือ C9 ซึ่งเป็นกลุ่มคาร์ดินัลที่ปรึกษา 9 คนที่พระสันตะปาปา ฟรานซิส ตั้งขึ้น เพื่อปรึกษาเรื่องการปฏิรูปโรมันคูเรีย ได้กลายเป็น “ความหนักใจ” ให้กับพระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ในช่วงแรกที่เข้ารับตำแหน่ง
ในยุคของพระสันตะปาปา ฟรานซิส มีเสียงวิจารณ์จากคาร์ดินัลหลายคนที่ไม่ได้รับเลือกเข้ากลุ่มนี้ว่า “กลุ่ม C9 ที่ช่วยพระสันตะปาปา ฟรานซิส บริหาร มีอำนาจมากเกินไปและกีดกันเสียงส่วนใหญ่ ทำให้เกิดความแตกแยกในคณะคาร์ดินัล”
ตอนนั้น พระสันตะปาปา ฟรานซิส มีการเปลี่ยนตัวทีมงานทันที หรือตั้งคณะทำงานชุดใหม่ที่ "เข้าขา" กับพระองค์เอง เพื่อผลักดันนโยบายให้เร็วที่สุด นี่เหมือนการแก้เกมในฟุตบอลที่ต้องรีบตัดสินใจ เพราะทุกวินาทีที่เสียไป เราอาจเสียประตูได้
แต่การบริหารงานของพระสันตะปาปา เลโอ จะเป็นแบบการเล่นเทนนิส พระองค์เลือกเล่มเกมรับ ด้วยการไม่ยุบ C9 ทันที และไม่รีบตั้งใครใหม่ พระองค์นิ่งเงียบเป็นเวลาหลายเดือน ปล่อยให้ข่าวลือทำงานไป
พระสันตะปาปา เลโอ เลือก “อ่านเกม” และสังเกตเห็นว่าความตึงเครียดเกิดจาก “ความรู้สึกถูกกีดกัน” ที่ไม่มีสิทธิไม่มีเสียงในศาสนจักร ทำให้คาร์ดินัลหลายคน ส่งเสียงต่อต้านพระสันตะปาปา ฟรานซิส
ทางแก้ของพระสันตะปาปา เลโอ คือ “รอเวลาเหมาะสมและหวดลูกกลับ” พระองค์ไม่เรียกประชุมกลุ่ม C9 แต่ประกาศเรียกประชุม “คณะคาร์ดินัลทั่วโลก” ช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา เพื่อหารือร่วมกัน
ผลลัพธ์ก็คือได้ดึงทุกคนเข้ามาในวงสนทนา มันทำให้ฝ่ายอนุรักษ์นิยมและหัวก้าวหน้าต้องมานั่งมองหน้ากันในกติกาที่พระองค์กำหนด ความตึงเครียดเรื่องการ “ล็อบบี้หรือฮั้วกัน” ก็หายไป เพราะทุกอย่างถูกนำมาพูดบนโต๊ะ ภายใต้สายตาของกรรมการซึ่งก็คือพระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 นั่นเอง
หากเราเข้าใจเรื่องนี้ เราพอจะอ่านออกแล้วว่า พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 บริหารงานโดยยึดหลัก Unforced Errors (ไม่ตีเสียเอง) พระองค์จะไม่ทำอะไรที่เสี่ยงต่อความผิดพลาดโดยไม่จำเป็น (ด้วยความเป็นนักกลยุทธ์และนักคณิตศาสตร์ที่คิดทุกอย่างรอบคอบ) พระองค์ยอมให้เกมดูน่าเบื่อในช่วงแรก เพื่อรอจังหวะที่คู่แข่งเพลี่ยงพล้ำ (มีปัญหาหรือขัดแย้งกัน) แล้วค่อยจัดการปัญหาทีละเปลาะอย่างเฉียบขาด
นี่คือความต่างระหว่างสไตล์การบริหารแบบ “ผู้นำที่ลงไปคลุกฝุ่น” (พระสันตะปาปา ฟรานซิส) กับ “ผู้นำที่ยืนคุมเกมท้ายคอร์ต” (พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14) สองวิธีนี้ไม่มีผิดหรือถูก เพราะคือนิสัยของแต่ละคนที่เหมาะกับศาสนจักรคาทอลิกในช่วงเวลานั้นๆ
2. คลายเครียดด้วยการ “ว่ายน้ำ, ซ่อมของ และทำแซนด์วิชกินเอง”
สำหรับการพักผ่อนคลายเครียดจากงาน พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 จะใช้วิธีการไปหยุดพักทุกวันจันทร์ถึงเย็นวันอังคารที่วังคาสเตล กันโดลโฟ พระสันตะปาปาใช้ชีวิตแบบคนธรรมดาที่วิลล่าบาร์เบรินี่ ในเขตวัง ไม่ใช่ใน “ตัววัง” แต่อย่างใด เพราะตัววังนั้น พระสันตะปาปา ฟรานซิส เปลี่ยนให้เป็นพิพิธภัณฑ์ไปแล้ว
สำหรับกิจกรรมคลายเครียดของพระสันตะปาปาชาวอเมริกันคือการออกกำลังกายด้วยการ “ว่ายน้ำและเล่นเทนนิส” รวมถึง การเดินเล่นดูสัตว์ในฟาร์ม และทำงานช่างเล็กๆ น้อยๆ เช่น การใช้กาวซ่อมของใช้ที่ชำรุดด้วยตนเอง
ส่วนมื้อค่ำ พระสันตะปาปามักจะลงมือทำ “แซนด์วิช” ทานเองง่ายๆ ร่วมกับเลขาฯ ส่วนมื้อปกติในวาติกัน พระองค์จะทานอาหารร่วมกับคณะนักบวชออกัสติเนียนที่ดูแลห้องซาคริสตีในวาติกัน โดยมีแม่ครัวชาวนาโปลีที่ชื่อ “โรซ่า” ทำอาหารให้ ส่วนพิซซ่าที่ชอบคือเปปเปอร์โรนี่
3. นักขับรถตัวยงและชอบร้องเพลงดังๆในรถ
ก่อนได้รับเลือกเป็นพระสันตะปาปา สิ่งที่ คาร์ดินัล โรเบิร์ต เพรโวสท์ (พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14) ชอบมากๆคือ “การขับรถด้วยตัวเอง” โดยเฉพาะรถ Ford Mondeo คู่ใจ พระองค์ชอบขับรถทางไกล และเคยขับเดินทางไกลจากอิตาลี เพื่อไปทำงานถึงเนเธอร์แลนด์และเยอรมนี รวมถึงเคยขับรถไปแสวงบุญที่ซานติอาโก้ เด กอมโปสเตล่า ในสเปนด้วย นอกจากนี้ สมัยเป็นบิช็อปที่เปรู พระองค์ก็ชอบ “ขับรถกระบะ” ลุยชนบทเยี่ยมผู้คนในพื้นที่ห่างไกลด้วย
ระหว่างอยู่หลังพวงมาลัย พระองค์มักจะสวดภาวนาและ “ร้องเพลงเสียงดัง” โดยแนวเพลงที่ชอบคือเพลงคลาสสิกของบาค, โมซาร์ท และบีโทเฟ่นที่เปิดคลอเวลาทำงาน และยังชอบอัลบั้มของ ไมเคิ่ล บูเบล (คาร์ดินัล เพรโวสท์ เคยไปดูคอนเสิร์ต ไมเคิ่ล บูเบล ด้วย)
4. ใช้เทคโนโลยีอย่าง Apple Watch, แอพ Duolingo และหนังสือเปลี่ยนชีวิต
พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 เป็นคนทันสมัยและทันโลกเทคโนโลยี พระองค์ใช้นาฬิกา Apple Watch รุ่นปี 2018 (รุ่นราคารองลงมา ไม่ใช่ตัวแพงสุด) และใช้แอพพลิเคชั่น Duolingo เพื่อฝึกภาษาเยอรมัน (ชื่อบัญชี drprevost)
ส่วนหนังสือที่บ่งบอกตัวตนของพระองค์ เรื่องนี้ พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 บอกว่า หนังสือเล่มเล็กๆ ชื่อ “The Practice of the Presence of God” (การฝึกฝนการประทับอยู่ของพระเจ้า) ของบราเดอร์ลอว์เรนซ์ ซึ่งสอนเรื่องการเปลี่ยนกิจวัตรประจำวันธรรมดาๆ ให้กลายเป็นการพบพระเจ้า
Source:

Comments
Post a Comment